บันทึกอนุทินครั้งที่14
วันที่1พฤศจิกายนพ.ศ.2561
วันนี้เป็นวันที่ต้องนำเสนองานกลุ่มคะ
เพื่อนๆในกลุ่มและดิฉันมีความตั้งใจที่จะนำเสนองานมากคะ555

และนี้คือเนื้อหาที่นำเสนอเพื่อนๆคะ
กิจกรรมโดยใช้นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio
Emilia) เป็นการเน้นทักษะกระบวนการทางความคิด การวางแผน และการคาดคะเนคำตอบ
โดยเด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ
เพื่อหาสิ่งที่เด็กมีความต้องการที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ
ที่ตนเองเกิดความสนใจผ่านงานศิลปะ นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio
Emilia) นี้
เมื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมจะเป็นการช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นในเด็ก
เด็กจะได้เรียนรู้ตามความต้องการของตัวเอง ส่งผลต่อการเรียนรู้
และซึมซับความรู้ที่หลากหลายจากสิ่งรอบตัว
เด็กจะได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึกจากเรื่องที่เด็กได้ร่วมกันกำหนดขึ้น
นับว่าเป็นสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่มีขีดจำกัดทางความคิด
โดยครูและผู้ปกครองจะต้องมีพื้นฐานความเชื่อว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพในตนเอง
ซึ่งเราจะทำอย่างไรถึงจะสามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ภายในตัวเด็กออกมาได้อย่างเต็มที่
และมองความแตกต่างของแต่ละบุคคลเป็นศักยภาพที่สามารถงอกงาม
และเติมเต็มซึ่งกันและกันได้
เรกจิโอ เอมิเลียคืออะไร?
การกิจกรรมโดยใช้นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio
Emilia) เป็นการจัดกิจกรรมแบบโครงการที่แสดงออกทางความคิดและภาษาด้วยงานศิลปะสร้างสรรค์
ไม่มีการกำหนดระยะที่แน่นอน
ลักษณะการจัดกิจกรรมจะเป็นแบบลื่นไหลไม่มีการกำหนดตายตัวว่าจะจบลงในรูปแบบใด
หรือเกิดสถานการณ์ใด แต่จะขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็กเป็นหลัก
เด็กจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจอย่างลุ่มลึกจนเกิดความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว
และสามารถแสดงผลงานหรือกิจกรรมที่แสดงออกถึงความความสนใจในสิ่งนั้นๆ อย่างแท้จริง
โดยที่เด็กทุกคนจะมีส่วนร่วมทางการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิด เพื่อช่วยเหลือ
แก้ไขปัญหาในสถานการณ์ หรือระหว่างการทำงานศิลปะด้วยกัน มีการแบ่งปันกัน
ชี้แนะเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้มีความสมบูรณ์
เป็นที่ยอมรับและสร้างความภาคภูมิใจเมื่อผลงานประสบผลสำเร็จได้ด้วยตนเอง
อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า หลักการจัดกิจกรรมตามแนวคิด เรกจิโอ เอมิเลีย
จะมีการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเรียนรู้ให้แก่เด็ก
โดยมีมุมกิจกรรมที่จะให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เป็นการเรียนรู้ผ่านการเล่น
โดยใช้ทุกประสาทสัมผัสทุกส่วนไปพร้อมๆ กัน ผู้ปกครองจะต้องเป็นผู้เฝ้าดู
สังเกตเด็กอย่างใกล้ชิด แต่ไม่เข้าไปรบกวนเด็กระหว่างการเรียนรู้
โดยจะต้องมีการจดบันทึกการเรียนรู้ และความสนใจของเด็ก
นอกจากนี้ยังเน้นให้เด็กกับผู้ปกครองมีการทำกิจกรรมเป็นแบบโครงการ
โดยเด็กจะเป็นผู้กำหนดความสนใจ ในการวางแผนและทำงานร่วมกัน
โดยโครงการนั้นจะเป็นช่วงตามความสนใจของเด็ก ไม่มีการจำกัดด้วยเวลา
โครงการจะเสร็จสมบูรณ์ต่อเมื่อเด็กได้เรียนรู้และหมดความสนใจในการจัดกิจกรรมตามโครงการนั้นแล้ว
เรกจิโอ เอมิเลียมีที่มาอย่างไร?
นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) มีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี
โดยลอริส มาลากุซซี่ (Loris Malaguzzi) และกลุ่มนักการศึกษาที่ได้ทำการศึกษาทฤษฎีต่างๆ
และผลการวิจัยนำมาทดลองใช้ มีการปรับปรุงจนเกิดผลสำเร็จ แนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย
เป็นการจัดเนื่องจากต้องการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก
และต้องการสร้างโรงเรียนปฐมวัยในรูปแบบใหม่ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
โดยมีความเชื่อที่ว่า เด็กทุกคนมีความสามารถภายในตัวเองติดตัวมาแล้วทุกคน
แต่จะทำอย่างไรจึงจะสามารถดึงศักยภาพที่อยู่ภายในตัวของเด็กให้ออกมาให้ได้อย่างเต็มที
และเด็กทุกคนสามาเรียนรู้ไปด้วยกันได้เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในรูปแบบของตน
การจัดกิจกรรม แบบเรกจิโอ เอมิเลียมีลักษณะอย่างไร?
นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) มีการกำหนดหัวข้อสิ่งที่เด็กอยากเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
โดยเป็นช่วงที่ครูต้องสังเกตความสนใจของเด็ก
โดยให้เด็กร่วมกันอภิปรายถึงสิ่งที่ตนสนใจจากพื้นความรู้เดิมของเด็กเพื่อหาหัวข้อเรื่องในการเรียนรู้ร่วมกันให้สอดคล้องกับประสบการณ์สำคัญ
ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาใช้กระบวนการจัดการจัดกิจกรรม ดังนี้
- การเลือกหัวข้อเรื่องที่เด็กอยากเรียนรู้ อาจเกิดจากเหตุบังเอิญ
เกิดจากการซักถามจากเด็กที่เกิดความสงสัย
เกิดจากที่ครูสร้างสถานการณ์ให้เด็กเกิดความสงสัยขึ้น หรือเกิดจากเรื่องที่เด็กเรียนรู้ในหน่วยการเรียนแต่เด็กยังมีข้อสงสัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสนใจก็ได้
จากการที่ได้นำนวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio
Emilia) มาปรับใช้ในการจัดประสบการณ์ในห้องเรียน
พบว่าเป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ เหมาะแก่การนำมาใช้ในเด็กปฐมวัย
เนื่องจากนวัตกรรมดังกล่าว เป็นรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่ช่วยในกระบวนทางการคิด
โดยวิธีการในการค้นหาคำตอบที่ลุ่มลึก โดยวิธีการที่มีความอย่างหลากหลาย
และมีการถ่ายทอดกระบวนทางความคิดแสดงออกมาทางศิลปะของเด็กเพื่อสื่อสารและแสดงความสามารถทางสติปัญญา
โดยการใช้สัญลักษณ์ในการสื่อความหมาย
ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานที่สื่อออกมาโดยวิธีการต่างๆ เช่น การวาดภาพ การระบายสี
การปั้น การประดิษฐ์
หรือการคิดออกแบบงานแบบร่วมมือในกลุ่มซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป
ดังนั้นจึงควรมองความแตกต่างของแต่ละคนเป็นศักยภาพที่มีอยู่ในตัว
พยายามให้เด็กได้สะท้อนทางความคิดผ่านการแก้ไขปัญหา
และสิ่งที่เด็กได้สัมผัสเรียนรู้ ดังนั้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
(สิ่งที่ต้องคำนึงถึง) บทบาทเด็ก เด็กจะแสดงออกด้วยการแสดงสีหน้า ท่าทาง
การแสดงซึ่งแววตา กริยาการจับต้องสัมผัส เด็กจะมีแววตาแห่งความตั้งใจในการทำงานที่เด็กถนัด
โดยครูไม่ต้องไปบังคับให้เด็กเป็น ให้เด็กเกิด
แต่เด็กจะเกิดการเรียนรู้ได้จากการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
โดยครูไม่เข้าสกัดกั้นทางความคิด หรือแทรกแซงโดยเอาความคิดของครูมาใส่หัวของเด็ก
แม้ว่าในช่วงแรกๆ จะมีเด็กบางคนที่รู้สึกกลัวในการที่จะต้องตัดสินใจเองเพียงคนเดียว
ไม่กล้าลงมือทำ คอยมาถามครูบ่อยๆ ว่า ทำได้หรือยัง ต้องทำอย่างไรก่อน
เด็กบางคนอาจไม่มีความมั่นใจในการคิด การวางแผน ครูจึงต้องรู้จักอดทนรอคำตอบ
หรือเด็กบางคนอาจทำกิจกรรมแบบมีส่วนรวมได้ไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากช่วงแรกเด็กยังต้องการทำงานด้วยตนเองเพียงคนเดียว
ดังนั้น ในการฝึกให้เด็กคิด ตั้งคำถามและหาคำตอบในช่วงแรก
กว่าเด็กจะถามคำถามที่น่าสนใจได้ ครูจึงต้องให้เวลาเด็กในการคิดด้วย
โดยใช้กิจกรรมที่เน้นในการจัดการเรียนรู้ เน้นกิจกรรมเสริมประสบการณ์
ให้เด็กได้พูดคุย เน้นกระบวนการคิด การวางแผน และการสืบค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
แล้วนำมาถ่ายทอดสื่อความหมายสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านงานศิลปะ
- การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จะเน้นกิจกรรมเสริมประสบการณ์
ให้เด็กได้พูดคุย เน้นกระบวนการคิด การวางแผน และการสืบค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
ถ่ายทอดสื่อความหมายสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านงานศิลปะที่มีความหลากหลาย
และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการดำเนินกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียน
ซึ่งผลการวิเคราะห์การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่าเด็กจะมีสีหน้า
ท่าทางแห่งความสุข ในการเรียนรู้การทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง
ทุกคนจะมีงานของตนเองในการทำ มีการช่วยกันทำงาน เมื่ออีกคนหนึ่งสามารถทำได้
เด็กจะอาสาช่วยเหลือเพื่อนและบอกวิธีการในการทำงานให้เพื่อน
เป็นการค้นพบการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
(เด็กเกิดการค้นพบกระบวนการทำงานที่ต้องพึ่งพากัน เพื่อให้งานนั้นสำเร็จ
ทุกคนมีประโยชน์ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน) ทำให้เห็นคุณค่าในตนเอง
เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ในการถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อน
เพื่อนสอนเพื่อนเรียนรู้ไปด้วยกัน
- การบันทึกผลงานของเด็ก ครูจะนำผลงานของเด็กเป็นรายบุคคลมารวบรวม
ตั้งแต่ขั้นตอนของการเกิดการเรียนรู้ บันทึกคำพูดของเด็ก
ซึ่งในช่วงแรกครูอาจบันทึกทุกอย่างจากสิ่งที่เด็กพูด อาจตรงประเด็นบ้าง
ไม่ตรงประเด็นบ้าง แต่ครูจะรับฟัง
และให้เด็กทำในสิ่งที่เขาอยากรู้อย่างแท้จริง ซึ่งครูจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เด็กอยากเรียนรู้
เพราะการทำงานของเด็กส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการด้านต่างๆ
ส่วนการเขียนเกิดขึ้นจากการบันทึกของครูตามสถานการณ์
การเรียนรู้จริงในห้องเรียน เด็กจะถ่ายทอดผ่านงานศิลปะซึ่งประกอบด้วย รูปภาพ
และการบรรยายสภาพการณ์ของแต่ละเรื่องที่เด็กอยากรู้
ครูจะเขียนตามคำบอกของเด็ก เพื่อให้เด็กได้บอกเล่า
และสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
เมื่อเด็กพร้อมเด็กก็จะเกิดแรงจูงใจในการเขียนบรรยายงานของตนเอง
นำไปสู่การฝึกเขียนตามแบบลงในชิ้นงานของตนเอง
เน้นอุปนิสัยของการทำงานที่ริเริ่มด้วยตนเอง
นับว่านวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) เหมาะกับเด็กในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก
เนื่องจากเป็นยุคที่ความรู้ต่างๆ เปิดกว้างขึ้น
เราอยากรู้เรื่องอะไรก็แค่ปลายนิ้วสัมผัสในการหาค้นหาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
เด็กก็จะได้คำตอบหรือความรู้อย่างมากมาย สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อเด็กในยุคปัจจุบัน
นั่นก็คือเราจะต้องพัฒนาเด็กให้รู้จักการจัดการความรู้และต้องให้รู้จักกระบวนการทางความคิดที่หลากหลายในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมตามสถานการณ์ในชีวิตจริงที่เกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา
การจัดกิจกรรมแบบเรกจิโอ เอมิเลียมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?
- เด็กมีความกล้าในการตัดสินใจในการทำกิจกรรมต่างๆ
ด้วยตนเอง
- เด็กมีความมุ่งมั่น
ตั้งใจในการทำกิจกรรมให้สำเร็จมากขึ้น
เด็กมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น
- เด็กทุกคนได้ทำงานศิลปะแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดียิ่งขึ้น
เด็กยังรู้จักถึงการแบ่งงาน ช่วยกันทำงานให้จนสำเร็จ
มีการพูดคุยในระหว่างการทำงาน ซึ่งเป็นวิธีการค้นหาคำตอบ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เกี่ยวกับผลงาน
- ช่วยให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจและชื่นชมในผลงานของตนเองและผู้อื่น
และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นมากยิ่งขึ้น
เพราะในการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละครั้งจะมีการใช้ความคิดประกอบเหตุผลในการวางแผนสร้างสรรค์ผลงาน
และมีการถ่ายทอดผลงานที่มีความหลากหลายแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น
เมื่อเด็กทำเสร็จแล้วเด็กจะสามารถตรวจดูผลงานของตนเอง
และปรับปรุงงานให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- ในการจัดกิจกรรมจะมีการยืดหยุ่นทางด้านเวลาช่วยให้เด็กมีเวลาในการคิด
ทบทวน แก้ไขผลงานของตนเอง และเพื่อนๆ
สามารถมาดูและแสดงความคิดเห็นต่อผลงานของผู้อื่นได้
เป็นการช่วยให้ผลงานมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทำให้ผู้อื่นยอมรับผลงานของตนได้เช่นกัน
สถานศึกษาใดที่จัดกิจกรรมแบบเรกจิโอ เอมิเลีย?
- โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์
ซ.นราธิวารราชนครรินทร์ 18 ถ.นราธิวารราชนครรินทร์ ช่องนนทบุรี ยานนาวา
กรุงเทพ 10120
- โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช
“ณ นครอุทิศ” ถนนราชดำเนิน ตำบลคลัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
เปิดสอนในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล
– ประถมศึกษา)
เป็นโรงเรียนนำร่องทางภาคใต้ในโครงการวิจัยนวัตกรรมการศึกษาตามแนวคิด
“เรกจิโอ เอมิเลีย” โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
กระทรวงศึกษาธิการ
พ่อแม่ ผู้ปกครองจะนำการจัดกิจกรรมแบบเรกจิโอ
เอมิเลียมาประยุกต์ใช้กับลูกได้อย่างไร?
นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) ให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้ปกครองเป็นอย่างมาก
ดังนี้
- เป็นผู้ช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมในการเรียนรู้เมื่อเด็กอยู่ที่บ้าน
เช่น นำเด็กไปเดินตลาดเพื่อเรียนรู้ความหลากหลายของอาหาร ผัก ผลไม้
การแลกเปลี่ยนสิ่งของกับเงินแบบง่ายๆ
นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะเห็นผู้ปกครองกับเด็กได้มีกิจกรรมในการทำยามว่าง
มองเด็กเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันมากขึ้น
เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน แม้ว่าจะต้องให้เวลาในการตอบคำถาม
แต่นั่นนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสร้างทักษะกระบวนการทางความคิด
และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับเด็ก โดยไม่ต้องพึ่งของเล่นอื่นๆ
มากมายที่มีอยู่ในท้องตลาด
- ทำกิจกรรมที่น่าสนใจ
เช่น กิจกรรมศิลปะภายในบ้าน นับว่าเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ
ชอบมากเพราะเด็กได้มีอิสระทางความคิดในการถ่ายทอดผลงานทางศิลปะสร้างสรรค์ที่เน้นการทำงานโดยเด็กเองเป็นผู้กำหนดสิ่งที่อยากเรียนรู้
และได้ทดลองปฏิบัติด้วยตัวเอง
- จัดเตรียมอุปกรณ์
เน้นการใช้สื่อวัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่หลากหลาย
ตัวอย่างกิจกรรมการการจัดมุมศิลปะเพื่อเด็กในบ้าน เด็กทุกคนมีความเป็นศิลปินโดยธรรมชาติติดตัวมาแล้วทุกคน
เนื่องจากศิลปะเป็นภาษาที่เด็กใช้เพื่อสื่อสารความเป็นตัวตนของเด็ก
มุมศิลปะภายในบ้านจึงควรมีวัสดุอุปกรณ์ที่หลากหลายอาจเน้นวัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น
ธรรมชาติ หรือผัก ผลไม้ที่เหลือใช้จากในห้องครัว มาทำชำระล้างให้สะอาด เช่น
ผักกาดขาว
อาจเอาเป็นส่วนของก้านของผักกาดมาให้เด็กได้พิมพ์ภาพเล่นกันสร้างสรรค์เป็นภาพต่างๆ
ตามใจชอบ หรือใบไม้สีต่างๆ
ที่ผู้ปกครองเก็บกับเด็กได้ช่วยกันเก็บในสนามหน้าบ้านนำมาคิดประดิษฐ์สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะกันนำมาประกอบ
ติดกันทำเป็นเรือใบแสนสวย และก้อนหินเล็กๆ
นำมาต่อลงบนพื้นดินสร้างเป็นภาพในจินตนาการของเด็ก
หรือแม้ในยามค่ำคืนที่แสนเงียบ
- ร่วมสร้างประสบการณ์
เช่น ชวนลูกเล่นสร้างเงารูปแบบต่างๆ ลงในกระดาษ
หรือแผ่นกระดานขนาดใหญ่ที่พ่อแม่
ผู้ปกครองได้จัดเตรียมในพื้นที่ส่วนตัวไว้ให้เด็ก เป็นกิจกรรมที่แสนสนุกเมื่อเด็กอยู่บ้าน
แต่กิจกรรมดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้นั้น
สิ่งที่สำคัญนั่นก็คือเจตคติของพ่อแม่ที่มีต่อการแสดงออกที่สร้างสรรค์ของเด็ก
โดยทำหน้าที่เป็นคนเสริมแรงสร้างความภาคภูมิใจให้กับลูก
หมั่นเติมความสุขด้วยรอยยิ้ม และร่วมพูดคุยชื่นชมผลงานของเด็ก
- ให้เวลากับลูกในการเฝ้าดูผลงานชิ้นเอกที่เด็กต้องการให้ครอบครัวได้ร่วมแสดงความชื่นชม
เพราะผลงานหรือแม้แต่เส้นแต่ละเส้นในงานของเด็กล้วนมีความหมายและส่งต่อผลต่อพัฒนาการในเด็ก
ดังที่พอทราบกันแล้วว่ากิจกรรมทางศิลปะมีประโยชน์ในการช่วยพัฒนาเด็กในหลายๆ
ด้าน การจัดประสบการณ์ทางศิลปะให้กับเด็กจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกที่บ้าน
การประกอบกิจกรรมทางศิลปะสำหรับเด็กอาจไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน
อาจใช้เวลาว่างยามว่างหลังจากเรียนหรือเป็นกิจกรรมร่วมกันระหว่างเด็กกับผู้ปกครองในวันเสาร์อาทิตย์
- จัดพื้นที่สำหรับเด็ก
ให้เด็กได้แสดงออกโดยหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมและพื้นที่โดยเฉพาะในการสร้างสรรค์ผลงาน
เพื่อให้เด็กได้มีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างอิสระได้อย่างเต็มที
โดยการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสสำรวจ
ทดลอง ค้นคว้าจากวัสดุนานาชนิดด้วยวิธีการเรียนรู้แบบแก้ปัญหา มีสื่อตัวอย่างเพื่อให้เด็กเกิดการเลียนแบบ
และสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่ด้วยความคิดของเด็กเอง
นับว่าการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างงานศิลปะก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
เมื่อเด็กได้เห็นวัสดุอุปกรณ์ที่แตกต่างออกไป ทำให้เขาอยากหยิบจับมากขึ้น
สัมผัสทดลองใช้และเริ่มคิดหัวข้อในการสร้างงานศิลปะด้วยตนเองได้อย่างน่าแปลกใจ
- ติดตาม
เฝ้าดูการทำงานของเด็ก และช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
แต่ไม่ควรเข้าไปแทรกแทรงในระหว่างความคิด
หรือในขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่เด็กกำลังค้นพบ แม้ว่าจะใช้เวลานานในการทำ
แต่พ่อแม่ควรเฝ้าดูอย่างใจเย็น ไม่เข้าไปเร่งเด็กเพราะนั่นคือ
ช่วงเวลาที่เด็กกำลังเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่เด็กได้ทำ
ยกเว้นเป็นเรื่องที่ดูแล้วเป็นอันตราย หรือโลดโผนเกิดไป
ก็ควรชี้แนะให้เด็กได้ลองคิดหาวิธีการใหม่ที่เด็กสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่เกิดอันตราย
และประสบความสำเร็จได้โดยง่าย
เกร็ดความรู้เพื่อครู
ครูตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) จะต้องเป็นผู้รู้จักเก็บเกี่ยวข้อมูล
หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว โดยฉกฉวยโอกาสในการเรียนรู้จากสถานการณ์ สถานที่
หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเพื่อนครูด้วยกันในการพัฒนางาน
และนำข้อมูลที่ได้เก็บเป็นคลังทางความรู้เพื่อจะได้นำมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลายให้กับเด็ก
เพราะเด็กจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อมีการสร้างสถานการณ์
หรือการจัดสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ชวนให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย
มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เร้าความสนใจหรือตามความต้องการของเด็ก
มีการเตรียมคำถามที่กระตุ้นหรือเร้าความสนใจให้เด็กได้สื่อออกมาถึงพลังของความนึกคิด
โดยครูต้องมีการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย
การเสนอความคิดเห็นและเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ต่อจากนั้นครูปล่อยให้เด็กได้คิด
และคอยเป็นผู้สังเกตเด็กเป็นรายบุคคล ให้เวลาเด็กได้มีเวลาคิด แก้ปัญหา
และค้นหาคำตอบด้วยตนเองโดยที่ไม่รีบเร่งในการบอกคำตอบต่อเด็ก
ซึ่งครูจะต้องรู้จักอดทนรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น
นอกจากนี้ครูจะต้องเป็นผู้ที่คอยอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ที่เด็กต้องการในการถ่ายทอดกระบวนการทางความคิด
หรือสิ่งต่างๆ ที่ช่วยในการค้นหาคำตอบตามเรื่องที่เด็กมุ่งเป้าหมายตามความสนใจ
ครูต้องเป็นนักจดบันทึก และเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากการสังเกตเด็ก
แล้วส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้ดึงศักยภาพภายในของตนเองออกมาอย่างถูกต้อง
ถูกที่เหมาะสมกับวัย
ดังนั้น ครูสำหรับเด็กตามนวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio
Emilia) ต้องปฏิบัติตัวเป็นนักเรียนรู้ที่ดีรู้จักการค้นคว้าวิจัย
เป็นนักสำรวจ และหมั่นตระเวนเก็บข้อมูลจากทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน จากทุกกลุ่มอาชีพ โดยอาจจะเป็นผู้ปกครอง
เพื่อนครู หรือนักการศึกษา และมองเด็กในหลากหลายแง่มุม
เข้าใจถึงความสามารถและความแตกต่างภายในตัวของเด็ก
แล้วเชื่อมโยงสู่การจัดประสบการณ์โดยนำข้อมูลที่ได้มาเชื่อมโยงเข้าสู่การจัดสถานการณ์
หรือกิจกรรมที่นำเด็กไปสู่ประสบการณ์การเรียนรู้ตลอดเวลา
ช่วยให้เด็กก้าวเข้าสู่พัฒนาการอย่างเป็นลำดับขั้นได้อย่างต่อเนื่อง
และเป็นการดึงศักยภาพภายในตัวเด็กให้แสดงออกมาได้อย่างเต็มทียิ่งขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น