แบบฝึกหัดท้ายบทจากบทที่1-8
1จงอธิบายถึงความหมายของการจัดการศึกษาปฐมวัยตามความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบเป็นจัดการศึกษา เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งถึงอายุ6ปีเป็นวัยที่สำคัญที่สุดของช่วงชีวิตในการปูพื้นฐานและพัฒนาไปสู่งผู้ใหญ่ในอนาคต
2เด็กปฐมวัยเป็นพื้นฐานของชีวิต จากคำกล่าวนี้ จงอธิบายตามความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบเพราะพัฒนาของเด็กในช่วงนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่สมองมีพัฒนนาการสูงสุด และการเรียนรู้สิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุด
3เด็กปฐมวัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย
ตอบหากเด็กปฐมวัยได้รับการเลี้ยงดูและได้รับการส่งเสริมพัฒนาการตามวัย อย่างเป็นธรรมชาติของแต่ละช่วงวัย ย่อมเหมือนการเพราะเมล็ดพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะงอกงามและมีประสิทธิภาพแก่สังคม
4เด็กปฐมวัยมีความสำคัญในการจัดการศึกษาและเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ในอันที่จะช่วยส่งเสริมให็เด็กปฐมวัย ที่มีพัฒนาการทุกด้าน เจริญเติบโตในอัตราที่สูง โดยเฉพาะระบบประสาทและสมอง
5จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาปฐมวัยตามความเข้าใจของนักศึกษา
คือ การสางเสริมและพัฒนาการเด็ก แบบองค์รวม คือด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา
6จงอธิบายสรุปถึงการศึกษาปฐมวัยกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (ฉบับปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม2545)
ตอบ คือรัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน และมุ่งพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกคน ให้ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมเพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
7จงอธิบายสรุปถึงนโยบายและแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย
ตอบโดยกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย 0-5ปี เพื่อให้มีความการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาไปพรอ้มกัน ให้ครอบลุมพัฒนาการและธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
8จงอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การพัฒนาการของมนุษย์เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต จนรวมไปถึงพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
9จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็กกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เด็กจะได้รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสได้ทดลอง แก้ปัญหาและค้นพบตัวเองการเล่นจะช่วยต่อการเจริญเติบโต ช่วยพัฒนาร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาและยังได้ใช้ประสามสัมผัส
10จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคมกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ คือผู้สอนแต่ละคนจำเป็นต้แงเข้าใจและยอมรับว่าวัฒนธรรมและสังคมที่สิ่งแวดล้อมตัวเด็กมีอิธพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
🍤บทที่2เรื่อง แนวคิดทางการศึกษาปฐมวัย💰
1จงอธิบายแนวคิดของคอมมิวนิอุสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เขาได้เขียนหนังสือที่ใช้ภาพสอนเด็ก และเขายังให้การศึกษาแก่ทารกโดยใช้สิ่งของง่ายๆ มาสอน เช่น พืช ต้นไม้ สัตว์ และยังความสำคัญแก่การเล่น เพราะการเล่นเป็นเครื่องพัฒนาสุขภาพและอารมณ์ขัน
2จงอธิบายแนวคิดของรุสโซในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เขาเป็นต้นกำเนิดของจิตวิทยาเด็กเขาได้ชี้แนะว่าเด็กมีพัฒนา4ขั้น และแนวความคิดคือเขา คือ การให้การศึกษาแก่เด็กต้องขึ้นกับธรรมชาติของเด็ก และความสนใจ เด็กสามารถเรียนรู้ได้เองโดยธรรมชาติ
3จงอธิบายแนวคิดของเปสตาลอสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย
ตอบ คือการสอนต้องประกอบด้วยเมตตา และความเป็นมนุษย์
4จงอธิบายแนวคิดในการจัดตั้ง โรงเรียนสวนเด็ก ของ โฟรเบล
ตอบ คือโรงเรียนอนุบาลหรือสวนเด็ก คือตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน ดังนั้นโรงเรียนจึงมีการระบบการเรียน การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก
5จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของมอนเตสซอรี่
ตอบ เน้นว่าการให้เด็กทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวจะเป็นพื้นฐานเพื่อวัดผลของการพัฒนาการทางสติปัญญา
6จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของดิวอี้
ตอบ คือกระบวนการของชีวิตที่นำเนินไปตลอดเวลา ไม่ใช่การเตรียมตัวเพื่ออนาคต และทำหน้าที่สังคมขนาดเล็กเพื่อจะช่วยฝึกพื้นฐานประชาธิไตยในการอยู่ร่วมกัน
7การนำแนวคิดด้านความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มนุษย์ทุกคนตั้งแต่เด็กเติบโตถึงผู้ใหญ่ ล้วนแล้วแจ่มีความต้องการสนองตอบสนองตอบให้พอใจตนเอง ดังนั้นความต้องการของเด็กเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญ เพราะจะทำให้ตอบสนองหรือจัดการศึกษาให้ตรงความต้องการ
8การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสติปัญญาไปใช้ในการศึกษาปฐมวัยอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญามาใช้ใน การจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัย ได้มีการจัดโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย โดยนำ แนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ผลของการจัดพบว่า เด็กมีความคิดเห็นที่ เปิดกว้างเป็นอิสระ เด็กเรียนรู้วิธีการคิดมากกว่าการจำเนื้อหา เด็กแต่ละคนมีความก้าวหน้าที่มี ลักษณะเฉพาะ ลักษณะของการจัดประสบการณ์โดยยึดทฤษฎีนี้
9การนำแนวคิดด้านพัฒนาทางบุคลิกภาพไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจงอธิบาย
ตอบ. การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการบุคลิกภาพมาใช้ในการจัด ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับ เด็กให้เกิดความพึงพอใจในประสบการณ์นั้น จะทำให้บุคลิกภาพของเด็กปฐมวัยสามารถพัฒนาได้ดีและ เหมาะสมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
10. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสังคมไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจงอธิบาย
ตอบ. การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการบุคลิกภาพมาใช้ในการจัด ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับ เด็กให้เกิดความพึงพอใจในประสบการณ์นั้น จะทำให้บุคลิกภาพของเด็กปฐมวัยสามารถพัฒนาได้ดีและ เหมาะสมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
บทที่3การศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ
1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
ตอบ การศึกษาของประเทศอังกฤษอยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนบริบาล ซึ่งรับดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง5ปี
2. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบการจัดการศูนย์เด็กแต่เดิมเป็นการแก้ปัญหาในการบริการสังคม เพราะเหตุที่มีหญิงต้องออกทำงานเป็นส่วนมาก เพราะผู้ชายถูกเกณฑ์ทหารไปสงคราม ศูนย์เด็้กเล็กกลางวันจึงกลายเป็นสถาบันที่สำคัญ
3. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศ อัลเบอร์ตา แคนาดา
ตอบการส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของตน โดยการจัดโปรแกรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็กทางการศึกษา สุขภาพ อนามัย ครอบครัว
4. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก
ตอบ.หลักสูตรปฐมวัยของเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่นเดียวกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญา เจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีอิสระ มีเวลาสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่สนใจถามคำถามทดลอง และสร้างสรรค์ ในช่วงเวลา 3 ปี ก่อนที่เด็กจะไปเข้าโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งวิวัฒนาการของการศึกษาปฐมวัยเม็กซิโก อาจจะพูดได้ว่าเหมือนกับคำขวัญที่ว่า “ประวัติศาสตร์ คือบทนำ” (past is prologue) เพราะได้มีการจัดการศึกษา 3 ปี ก่อนวัยเข้าเรียนให้กับประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเขตเมือง และในชนบท
5. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
ตอบ การศึกษาและการอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็กของอิสราเอล นับเป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกและถือเป็นสิ่งสำคัญของอิสราเอล เมื่อมองไปข้างหน้าจุดรวมการศึกษาปฐมวัยของอิสราเอลจะเป็นมาตรฐานเดียวกันและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่า
6จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น
ตอบ. การจัดการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นยังไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง ชาวญี่ปุ่นยังไม่พอใจกับการเรียนการสอนในโรงเรียนนัก ความสนใจ เอาใจใส่ของประชาชนที่มีต่อการจัดการศึกษาทาให้โรงเรียนถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียหรือแม้แต่ประเทศในแถบตะวันตกอีกหลายประเทศ โรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นก็นับว่าทันสมัยและเจริญก้าวหน้าอย่างมาก
7 จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษอยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนบริบาลหรือชั้นบริบาล ซึ่งรับดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี โรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรกรับเด็กตั้งแต่อายุ 5 – 7 ปี
ส่วนในสหรัฐอเมริกามีสถานเลี้ยงเด็กตั้งมากว่า 100 ปีแล้ว ดาเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่างๆ รัฐบาลมีส่วนเข้ามาสนับสนุนและรับผิดชอบตั้งแต่ ค.ศ.1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้มีความช่วยเหลือชั่วคราวสาหรับแม่ที่ต้องทางานจนกว่าจะสามารถเลิกทางานนอกบ้าน และกลับไปเลี้ยงดูลูกของตนเองได้
8จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกกับ
ตอบ. หลักสูตรปฐมวัยของเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่นเดียวกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญา เจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีอิสระ
ส่วนการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่ามีกรมพิเศษในกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ มีโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก และมีโรงเรียนเด็กวัยก่อนเข้าเรียนในคิบบุทซ์
9จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยใน อัลเบอร์ตา แคนาดากับประเทศญี่ปุ่น
ตอบ. การศึกษาปฐมวัยของอัลเบอร์ตา แคนนาดา คือ การส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของตน โดยการจัดโปรแกรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็กทางด้านการศึกษา สุขภาพ อนามัย ครอบครัวและสังคมอย่างเหมาะสม
ส่วน การจัดการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานเลี้ยงเด็กกลางวันกลายเป็นสิ่งจำเป็น สอนโดยนาแบบอย่างมาจากสหรัฐอเมริกาสอนตามแบบโฟรเบล มีการสอนร้องเพลงและกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ
10ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศใดที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม
ตอบ.การจัดการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียหรือแม้แต่ประเทศในแถบตะวันตกอีกหลายประเทศ โรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นก็นับว่าทันสมัยและเจริญก้าวหน้าอย่างมาก สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของระบบการศึกษาก็คือ การที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้กระตือรือร้น และฝักใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ความเสียสละทุ่มเทของครูส่วนมาก และความภาคภูมิใจที่มีต่อความสำเร็จ และความสนใจอย่างลึกซึ้งในศิลปะวัฒนธรรมของชาติตน
💍บทที่4เรื่องการศึกษาปฐมวัยในอดีตและปัจจุบันของไทย💍
1จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
ตอบ คือไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นแบบแผน การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ คือไม่การกกำหนดหลัดเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่มีโรงเรียนสำหรับเรียนโยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตร
2. จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอบ 1ปัจจัยทางด้านการคุกคามของจักรวรรดินิยมตะวันตก เพื่อความปลอดภัยบ้านเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนการศึกษา
2ปัจจัยด้สนสติปัญญาและแนวคิดตามแบบตะวันตก
3ปัจจัยการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีประสบการณ์การจากการเด็จประพาสต่างประเทศ
4ปัจจัยทางด้านการเลิกทาสและเลิกระบบไพร่ ต้องมีความรู้เรืองการดำรงชีพ
5ปัจจัยทางด้านความต้องการคนเข้ารับราชการ
3. จงอธิบายถึงวิชาหรือเนื้อหาสาระ 10 อย่างของโรงเลี้ยงเด็กพ.ศ
ตอบ 1. ให้อ่านหนังสือออก เขียนได้
3. ให้รู้จักรักษาอิริยาบถ
8. ให้ปลูกทับกระท่อมที่อยู่เป็น
4. การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษาพ.ศ 2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
ตอบ จัดลำดับชั้นการศึกษาออกเป็น 4 ลำดับ คือ
1. การเล่าเรียนเบื้องแรก (มูลศึกษา)
2. การเล่าเรียนเบื้องต้น (ประถมศึกษา)
3. การเล่าเรียนเบื้องกลาง (มัธยมศึกษา)
4. การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)
5. ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชนพ.ศ 2454- 2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ในช่วงกลุ่มมิชชั่นนารีได้เข้ามาจัดตั้งโรงเรียนขึ้นมาในไทย ทำให้มีการเปิดแผนอนุบาลขึ้นในโรงเรียนเอกชนหลายเเห่ง ดำเนินการสอนแบบฟรอเบล และมอลเตสซอรี่
6การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ กระทรวงศึกษาธิการได้มีดำริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนอนุบาลของรัฐ จึงมีการเตรียมการโดยการจัดส่งบุคลากรไปดูงานด้านอนุบาลศึกษาที่ต่างประเทศและนาแนวคิดที่ได้กลับมาดำเนินการและจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐขึ้น ความเคลื่อนไหวทางการศึกษาปฐมวัยครั้งสำคัญ จึงเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2483 กล่าวคือ ในปีนี้ได้มีการเปิดโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐขึ้นในจังหวัดพระนคร ชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ โดยได้รับเงินบริจาคจากกองมรดกของนางสาวละออ หลิมเซ่งไถ่ สร้างอาคารเรียนและเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2483 ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงธรรมการและคณะทำงานได้เตรียมการเป็นอย่างดี ด้วยการจัดส่งนักการศึกษาและนักวิชาการไปดูงานด้านการอนุบาลศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับมีบุคลากรเดิมที่มีความรู้ทางด้านอนุบาลโดยตรงคือ หม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย ที่เป็นผู้รับนโยบายจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้
7. แผนการศึกษาชาติฉบับพ.ศ 2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
ตอบ 4ระดับ คือ 1อนุบาลศึกษา
2ประถมศึกษา คื
3มัทธยมศึกษา
4อุดมศึกษา
8. ในปีพ.ศ 2523 กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัด ตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบของการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาจงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในระยะแรก สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จัดตามนโยบายของรัฐที่กำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2520 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมติคณะรัฐมนตรี โดยจัดทาเป็นโครงการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการศึกษาในท้องถิ่นที่ใช้ภาษาอื่นมากกว่าภาษาไทยโครงการเปิดขยายชั้น เด็กเล็กในพื้นที่ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ โครงการจัดชั้นเด็กเล็กในโรงเรียนประถมศึกษา โครงการวิจัยพัฒนาการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา การดำเนินงานในระยะนี้เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเป็นตัวอย่างและเพื่อการศึกษาวิจัย ผลของการดำเนินงานพบว่า เด็กวัย 4 – 6 ปี มีวุฒิภาวะสูงขึ้น มีความสามารถในการเรียนรู้และมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น
9. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพ.ศ 2546 มีความเป็นมาอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
|
ช่วงอายุ
|
อายุ 3 - 5 ปี
|
สาระการเรียนรู้
|
ประสบการณ์สำคัญ
|
สาระที่ควรเรียนรู้
|
- ด้านร่างกาย
- ด้านอารมณ์และจิตใจ
- ด้านสังคม
- ด้านสติปัญญา
|
- เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
- เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
- ธรรมชาติรอบตัว
- สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก
|
ระยะเวลาเรียน
|
3 ปี
|
10. จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ เพื่อเตีรยมความพร้อมของเด็กเข้าชั้นเรียนชั้นประถมซึ่งจัดกันเองและจัดการศึกษาให้แก่เด็ก กลุ่มวัย 7 – 8 ปี ในโรงเรียนมูลศึกษา มีการลดระดับอายุลงมาเป็นชั้นเด็กเล็กและวัยอนุบาล (3 – 6 ปี) ในที่สุด และแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับ 2535 ได้เริ่มระบุเป็นครั้งแรกถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็ก ตั้งแต่ช่วงระยะปฏิสนธิ แต่การจัดการศึกษาและให้การเลี้ยงดูเด็กในกลุ่มอายุ 0 – 3 ปีนั้น ยังไม่ได้รับการเสนอให้เป็นนโยบายที่ชัดเจน
💚บทที่5 เรื่องรูปแบบการศึกษาปฐมวัย🧡
1. จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ 1เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง4ด้าน
2เพื่อจะเตรียมให้เด็กมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมต่อไป
3เพื่อฝึกให้เด็กมระเบียบวินัย
4เพือ่ปลูกฝังนิสัยอันดีงาม
5เพื่อให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
6เพื่อฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเอง
7เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง
2. จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ ขึ้นอยู่กับความเชื่อ และความรู้ในเรื่องของมนุษย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้เด็กเติบโตเพื่อเป็นประชาชนที่ดี การจัดประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมที่่วยส่งเสริมการพัฒนาของเด็ก ทั้งในด้านร่างการ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
3. จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวคิดของเยาวพาเดชะคุปต์ 9 รูปแบบ
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยที่ ผ่านมา จัดกันในหลายรูปแบบและแต่ละแบบก็มีจุดมุ่งหมาย วิธีการ ความเป็นมา และหน่วยงานที่ รับผิดชอบแตกต่างกันออกไป ดังนี้
โรงเรียนอนุบาล (kindergarten) เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 – 7 ปีคาดว่า “โรงเรียนอนุบาล” นี้ เริ่มต้นโดย เฟดเดอริค ฟรอเบล ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศเยอรมนี ในปี ค.ศ.1937 และเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายโดยที่จะมุ่งพัฒนาเด็กให้ เจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ โดยเน้นกิจกรรมการเล่น การปรับตัวการแสดงออกทางร่างกายและการฝึกการทำงาน
สถานบริบาลเด็ก (nursery school) กล่าวว่า “สถานบริบาลเด็ก” หรือ “เนิร์สเซอรี่ ” เป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กวัย 2 – 5 ปี โดยเริ่มต้นขึ้นในประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1911โดยมาร์กาเร็ต และราเชล แมกมิลลัน เป็นผู้ริเริ่มขึ้น เพื่อหาวิธีเลี้ยงเด็กอย่ างถูกวิธี ส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา สถานบริบาลเด็กในปัจจุบันจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาดูแลลูก โดยมุ่งฝึกนิสัยของเด็ก และช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวได้ และยังเน้นในด้านโภชนาการและการศึกษาของพ่อแม่อีกด้วย
โรงเรียนส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน (preschools) หรือบางทีเรียกว่ า “สถานบริบาล” เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กและเสริมสร้างกิจกรรมเฉพาะด้านที่เรียกว่า “Enrichment Activities” เป็นโครงการครึ่งวัน ปัจจุบันโรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียนเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา ในรูปของกิจกรรมการเล่น เตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนในระดับประถมซึ่งพ่อแม่ที่ไม่ชอบให้ลูกเรียนเต็มวันมักนิยมเลือกโครงการนี้โครงการนี้บางทีก็จัดโดยเอกชนหรือบางทีจะจัดในรูปของการร่วมมือระหว่างพ่อแม่หรือการรวมพ่อแม่เข้ามาในโครงการที่เรียกว่า “co-ops” ซึ่งพ่อแม่จะจ้างครู แพทย์ และผู้นำทางการศึกษาให้มาดูแลลูกของตน และพ่อแม่มีส่วนในการเป็นครู และผู้บริหารในโรงเรียน
ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน (child care center) คือ ศูนย์ที่ให้บริการการเลี้ยงดูเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ปี สำหรับพ่อแม่ที่ทำงานในเวลากลางวันตั้งแต่เช้าถึง ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวันมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น day care center, child care center, day nursery หรือ children’s center ซึ่งไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม ก็คือ โครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่พ่อแม่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โดยต่างจากสถานบริบาล ในแง่ที่ว่า จะดูแลเด็กในช่วงอายุที่สูงกว่าสถานบริบาลและจะมุ่งพัฒนาเด็กในด้านร่างกาย การเคลื่อนไหว อารมณ์ สติปัญญา สุนทรียภาพ พัฒนาการทางสังคมและการเตรียมความพร้อม เพื่อเรียนต่อในระดับประถม และปัจจุบันนี้จะเน้นการดูแลอบรมเด็กและการบริบาลทารกไว้ด้วยกัน และบางแห่งอาจจะรับเด็กในช่วงอายุ 2 ½ - 4 ปี
บ้านรับเลี้ยงเด็ก (family day care homes) คือ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จัดทำขึ้นที่บ้าน ซึ่งจะจัดขึ้นสำหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 – 4 ปี ในบ้านของตน โดยรับเด็กจำนวนน้อยคน ซึ่งต้องมีใบอนุญาตในการจัดตั้ง
โครงการเฮดสตาร์ท (head start) คือ โครงการส าหรับเด็กที่อยู่ใน ครอบครัวที่ยากจนหรือมีรายได้ต่ า ทั้งนี้เพื่ อให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่ าเทียมกับเด็กอื่ น ๆ ซึ่ งจัดท าโดยรัฐบาล โครงการนี้เริ่มในปี ค.ศ.1965 ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงานที่มีชื่อว่า “Office of Economic Opportunity” โดยจะรับเด็กที่มีอายุก่อนเข้าเรียนราว ๆ 4 ปี เพื่อจัดพัฒนาเด็กและจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้กับเด็ก
ศูนย์แม่และเด็ก (parent – child centers) คือ โครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยที่ มาจากครอบครัวที่ ยากจน ซึ่ งจัดขึ้นเพื่ อให้การศึกษาแก่ แม่ และเด็กที่ มีอายุต่ำกว่า 3 ปี
โครงการโฮมสตาร์ท (home start) คือ โครงการที่ จัดขึ้นสำหรับเด็กที่ มาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเน้นการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และเด็กที่บ้าน เริ่มต้นในปี ค.ศ.1972 ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบางครั้งเป็นการให้การศึกษาแก่เยาวชนหรือวัยรุ่นที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา (underachiever) เพราะไม่มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียน ก็อาจจะจัดเข้าอยู่ในประเภทนี้ได้
โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ (parent education) คือ โครงการที่ให้การศึกษาแก่พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู และ
การให้การศึกษาบุตร ซึ่ งอา จจะเป็นการจัดที่สถาบันการศึกษา หรือที่ บ้านของเด็ก รวมทั้งโครงการจัดการศึกษาให้กับเด็กทารกและเด็กวัยเตาะแตะ ซึ่งจะเป็นโครงการที่รวมเอาการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก ซึ่งจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจพัฒนาการของเด็กและสามารถจัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้กับลูกอีกด้วย
4. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ. เป็นการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน มีเด็กอายุระหว่าง 3 – 6 ปี เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการเด็ก มีการเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา การดำเนินการที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐและเอกชน จะมีรูปแบบการจัด 2 ลักษณะ คือ
ชั้นอนุบาล เป็นการจัดการศึกษาเพื่ อส่ งเสริมให้ เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้านทั้ง
ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งลักษณะนิสัยต่าง ๆ โดยใช้ระยะเวลาในการจัดการศึกษาประมาณ 2 – 3 ปี ส าหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 – 6 ปี
ชั้นเตรียมประถมศึกษาหรือชั้นเด็กเล็ก เป็นการจัดการศึกษาเพื่ อเตรียมความ
พร้อมให้ เด็กก่อนเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา โดยใช้ระยะเวลาในการจัดการศึกษา 1 ปี สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5 – 6 ปี
5. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ. ในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก อายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ที่ด้อยฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม เด็กยากจนในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลและชนกลุ่มน้อย เด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด และเด็กด้อยความสามารถทางด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็กมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่มีจุดมุ่งหมายหลักในการด าเนินงานที่คล้ายคลึงกันสรุปได้ดังนี้
2.1 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเตรียมความพร้อมให้กับเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วย
2.2 เพื่อปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีและปรับตัวเข้ากับสังคมนอกบ้าน รวมถึงให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้
2.3 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ พ่ อแม่ ผู้ปกครองเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่ างถูกวิธี การประกอบอาหารที่ ถูกหลักโภชนาการ เพื่ อป้องกันเด็กจ ากโรคขาดสารอาหาร รวมทั้งการให้ภูมิคุ้มกันโรค และการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่ถูกต้อง
2.4 เพื่อกระตุ้นให้องค์กรท้องถิ่นและครอบครัว มีบทบาทในการพัฒนาและมีส่วนร่วมในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
2.5 เพื่อแบ่งเบาภาระการอบรมเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้สามารถใช้เวลาในการประกอบอาชีพได้มากขึ้น
6. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ เด็กบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือ
ศูนย์ พัฒนาเด็ก จึงมีการจัดกิจกรรมที่จัดเพื่อพัฒน เด็กปฐมวัย ในรูปแบบอื่ น ๆ เช่ น
การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ซึ่งจัดกิจกรรมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่
พ่อแม่ ผู้ปกครองด้วยวิธีการสาธิต ฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กตามหลักวิชาการแผนใหม่ ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้าน หรืออาจจะดำเนินงานทางอ้อมในรูปพัฒนาเด็กโดยครอบครัว โดยมีการร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กมุ่งให้พ่อแม่และสมาชิก
ในครอบครัวมีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยร่วมกันอาสาสมัครหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และเยาวชนในหมู่บ้าน จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กในครอบครัวของตน นำความรู้ไปถ่ายทอดแก่พ่อแม่และบุคคลอื่นด้วยอาจกล่าวได้ว่า รูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัยของประเทศไทยมีการจัดทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน โดยมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยทุกด้าน ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพภายในสภาพชุมชนและบริบทของท้องถิ่น ในสังคมเมือง และสังคมชนบท
7. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ หน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบการจัดการโรงดรงเรียนในการจัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาลและชั้นเด็กเล็ก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคม
8จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ หน่วยงานภาครัฐ ที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนา
เด็กมีดังต่อไปนี้
2.1.1 ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดนั้นเป็นโครงการของกรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่ อสอนให้กับเด็กก่อนเกณฑ์ที่ จะเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายทั้งชาย – หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ถึงอายุย่างเข้าปีที่ 6
2.1.2 สถานสงเคราะห์เด็กก่อนวัยเรียน หรือศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจัดโดยกองบัญชาการตำ รวจตระเวนชายแดน จัดบริการการศึกษาแก่เด็กอายุ 2 – 6 ปี ที่ไม่สามารถรับบริการการศึกษาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาโดยตรง จัดบริการในเขตพื้นที่ที่เป็นจังหวัดชายแดน และมีกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนตั้งอยู่
2.1.3 สถานสงเคราะห์ เด็กอ่อนของกรมประชาสงเคราะห์ ให้การอนุบาลเลี้ยงดูเด็กและให้การศึกษาแก่เด็กชาย – หญิง อายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ที่มีปัญหาการเลี้ยงดูจากพ่อแม่หรือเป็นเด็กพิการ
2.1.4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของกรมพัฒนาชุมชน สังกัดกระทรวงมหาดไทยมีกองพัฒนาสตรีเด็กและเยาวชนเป็นผู้รับผิดชอบด าเนินงาน โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบล หมู่บ้าน เพื่อรับเลี้ยงเด็กระหว่าง 3 – 6 ปี
2.1.5 สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ของสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ให้บริการแก่เด็กอายุ 2 ปี 6 เดือน จากครอบครัวยากจนและขาดสารอาหารเพื่ อให้บริการด้านสุขภาพอนามัยโภชนาการ ด้านการพัฒนาจิตใจสติปัญญาและสังคม ด้านความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกโดยมีพี่เลี้ยงเด็กเป็นตัวประสานระหว่างพ่อแม่ และลูก
2.1.6 สถานเลี้ยงเด็กกลางวันของสำนักงานสวัสดิการสังคมในสังกัดกรุงเทพมหานครให้บริการแก่ เด็กอายุระหว่าง 3 – 6 ปี ในชุมชนแออัดและเขตรอบนอก เพื่อเตรียมความพร้อมแก่ เด็กก่ อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา
2.1.7 บ้านเด็กสาธิตของมหาวิทยาลัย จัดบริการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 2 – 3 ปี จัดขึ้นเพื่ อเป็นแหล่งศึกษาเกี่ ยวกับความเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กเป็นแหล่ งสาธิตและฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาวิชาเอกปฐมวัย มีครูจ านวน 1 คน และพี่เลี้ยง 1 – 2 คนดูแลเด็กประมาณกลุ่มละ 20 คน
2.2 หน่วยงานภาคเอกชน การจัดศูนย์ พัฒนาเด็กของภาคเอกชนมีการจัดดำเนินงานใน 2 ลักษณะ คือ
2.2.1 ศูนย์เด็กขององค์การ อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรต่าง ๆ ซึ่งได้แก่
มูลนิธิ สมาคม และบริษัท ศูนย์เด็กและองค์กรส่วนใหญ่ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานขององค์กรและการสงเคราะห์เด็ก รับเด็กชาย – หญิง อายุระหว่าง 2 – 6 ปี
2.2.2 ศูนย์เด็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กของเอกชน ส่ วนใหญ่ จะตั้งอยู่ในชุมชน
เมือง จัดบริการเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง มีขอบเขตในการให้บริการตั้งแต่เด็กวัยแรกเกิดจนถึง6 ปี โดยศูนย์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กแต่ละแห่งอาจจะรับเลี้ยงเด็กในช่วงอายุต่างกันแต่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิด – 3 ปี เพราะเด็กที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปมักเข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียน การดำเนินงานเป็นการให้บริการเชิงธุรกิจ
9. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่นๆ
ตอบ 1หน่วยงาน ของรัฐ มีการให้บริการความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง
2ภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชน มีหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเด็ก
3องค์การระหว่างประเทศ ให้ความสนับสนุนด้านเงินทุน วิชาการและเทคโนโลยีทางด้านต่างๆ
10. จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ โรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร และในทุกจังหวัดมักอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอนุบาลเหล่ านี้รับเด็กชายหญิงอายุ 4 – 6 ปี เข้ารับการอบรมเลี้ยงดู เพื่ อให้เด็กเจริญเติบโตพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา และเตรียมเด็กเพื่อการศึกษาในชั้นที่สูงต่อไปลักษณะของโรงเรียนอนุบาลอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ครูที่เอาใจใส่ สอนสิ่งต่างๆเช่น ศิลปะ ดนตรี และการอ่านเขียน พ่อแม่สามารถดูลักษณะของครู โต๊ะควรเรียงเป็นแนวเป็นแถว แต่ควรมีบริเวณให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ระบายสี ต่อบล๊อก เล่นสมมติ อ่านหนังสือนิทาน และเล่นพ่อแม่ลูก โรงเรียนควรมีบริเวณให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ สิ่งสำคัญในการเรียน คือ เด็กต้องรู้ว่าเวลาทำอะไรแล้วต้องทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นต่อไป
👒บทที่6เรื่องนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของไทยเพื่อพัฒนาเด็กองค์รวม👒
1. จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
2. จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการโยองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กปฐม
3. จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบทฤษฎีและหลักการที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย สว่นใหญ่เป็นทฤษฎีและหลักการจากประเทศ
4. จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ รูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีไทย โดยรูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย0-3ปี และ3-ุ6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็กที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน
5. จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไป
ใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบโดยครอบครัวเป็น รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี ผ่านทางการพัฒนาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรูปแบบนี้ได้จัดทำสาระเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่จำเป็นและสอดคล้องกับหลักการที่เป็นพื้นฐาน
รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย เป็นรูปแบบที่มุ่งพัฒนา เด็กวัย 3 – 6 ปีผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็ก รูปแบบนี้ได้กำหนดกิจกรรมประจำวันของเด็ก ซึ่งจัดไว้ อย่างมีหลักการและมีสัดส่วนสมดุลในเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านรวมทั้ง เสนอแนะวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็ก
6. จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้รู้ที่มีความรู้
ตอบ เป็นการศึกษาที่พัฒนาด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วก็ด้านจิตใจ เจตจำนงและด้านปัญญา ด้านความรู้สึก ความเข้าใจ ดำเนินประสานไปด้วยกัน
7. จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบหลักการพัฒนาปัญญาที่มุ่งการฝึกฝนอบรมตนให้บรรลุอิสระภาวะหลุดพ้นจากปัญหา โยทั่วไปแล้วพุทธศาสนิกชนดูจะเข้าใจ หลักพุทธธรรมในแง่ของพระพุทธธรรม
8. จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ มี2องค์ประกอบคือ ภายในกับภายนอกได้แก่ ปัจจัยทางสังคม หรือ วิถีการศรัทธา และภายในได้แก่ ปัจจัยภายในตัวบุคคล เรียกได้ว่าวิธีการแห่งปัญญา ซึ่งหมายความว่าความรอบรู้ ความรู้ซึ่ง
9. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบเป็นการสอนที่มุ่งเน้นที่พัฒนาจิตใจของผู้เรียนที่ต้องการเรียนอย่างมีความสุข ควบคู่ไปกับการพัฒนาปัญญา วิธีการสอนจะเน้นที่กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนมที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียรู้ด้วยตนเอง
10. จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา มีความแตกต่างกันหรือ
ความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ มีความเหมือนกันเพราะ หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย และการสอนแบบจิตปัญญาจะมุ่งเน้นการสอนด้วยการให้เด็กลงมือปฏิบัติการและคิดด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่จากกิจกรรมนั้นๆและยังเกิดการปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมด้วย
บทที่7 เรื่องนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ
1. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ตอบ ให้ความสำคัญแก่เด็ก โดยพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาบนพื้นฐานปรัชญาของการที่ผู้ใหญ๋ต้องการให้การยอมรับนับถือในสภาพความเป็นจริงของเด็ก
2. จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ตอบ มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจากสิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรแบ่งเป็น3กลุ่มคือ การศึกษาทางด้านทักษะกลไกล การศึกษาทางด้านสัมผัส และการเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์
3. จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอนภาษาให้กับเด็กจะต้องใช้ภาษาสื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อมกัน กับสิ่งแวดล้อม
4. จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ. 1. การพูดเป็นทักษะพื้นฐานของการอ่าน และการเขียน
2. ให้เด็กเห็นตัวอย่างของการพูดที่ถูกต้อง
3. เด็กควรมีโอกาสได้พูดให้มากและให้เห็นว่า ภาษาพูดจะกลายมาเป็นการเขียนและการอ่านได้อย่างไร โดยการให้เด็กเขียนในสิ่งที่เขาคิดและเล่าเป็นเรื่องราวออกมา
การอ่านควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว และมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน
สิ่งที่อ่าน ควรมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก
ครูควรให้กำลังใจและให้การเสริมแรง
5. จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอเอมิเลีย
ตอบสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ และค้นหาคำตอบที่สนใจ การจักการศึกษานี้เป็นการวางรากฐานให้เด็กเกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้
6. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอเอมิเลีย
ตอบ. 1. ครูต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองศักยภาพของเด็กอย่างเหมาะสม เพราะเด็กทุกคนมีความพร้อม มีศักยภาพ มีความกระตือรือร้น สนใจที่จะมี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และสร้างสัมพันธภาพ การเรียนรู้และพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่ง
2. การศึกษาของเด็กมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน ครูโรงเรียนและสังคมอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบ การเรียนการสอนจึงต้องเป็นการกระทำที่สนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาเด็ก
3. เด็ก ครูและผู้ปกครอง มีสิทธิที่จะทำงานร่วมกันในการให้การดูแลและให้การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็ก
4. ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์และสวัสดิการให้แก่เด็กในโรงเรียน
5. โรงเรียนต้องเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กแสดงผลงานการเรียนรู้ เด็กและครูสามารถนำมาเสนอจัดและตกแต่งด้วยตนเองได้
6. ครูต้องสนับสนุนให้เด็กทำงานกับเพื่อน อาจจะเป็น 2 คน 3 คน 4 คน หรือ 5 คน เพราะจะทำให้เด็กได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนากลไกการสื่อสารอย่างทั่วถึง
ให้เวลาแก่เด็กในการศึกษาเต็มที่และต่อเนื่อง โดยไม่กำหนดเวลาและกิจกรรมทำงานของเด็กให้เป็นไปตามโครงการที่กำหนดหรือปรับแผนเมื่อเด็กต้องการ
9.ใน การสอนตามแนวเรกจิโอ เอมีเลีย เน้นถึงการทำงานของครูเป็นคู่ที่ต้องเป็นการ
ทำงานแบบ ร่วมมือ ร่วมใจช่วยกันในฐานะเดียวกัน งานหลักคือการพัฒนาเด็กให้เกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายของการศึกษา ความร่วมมือร่วมใจนี้จะสานต่อถึงความร่วมมือกับผู้ปกครองผู้บริหาร และชุมชน
ครูเปรียบเสมือนผู้สื่องานศิลป์ เด็กคือผู้ผลิตงานศิลป์ ค
การจัดทำสารนิทัศน์เป็นสื่อสำคัญของการสร้างสรรค์งานเรียนรู้ เอกสารที่ครูจัดเก็บและแสดงเป็นงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือผลงานของเด็กมีความหมายมาก สำหรับครูและเด็ก ผลงานที่จัดแสดงจะบอกถึงผลงานครู ความก้าวหน้าของเด็กที่ผู้ปกครองควรทราบ และเป็นงานที่เด็กภาคภูมิใจ
หลักสูตรหรือประสบการณ์การเรียนรู้ต้องเกิดจากการตัดสินใจเลือกของเด็ก
จากการสนทนาอภิปรายระหว่างเด็กหรือระหว่างเด็กกับครู
โครงการเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและครู ซึ่งอาจมา
จากการอภิปรายหรือประสบการณ์ของเด็กก็ได้
7. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮสโคป
ตอบเป็นการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้โอกาสเด็กในกาเลือกทำสิ่งต่างๆ ตามความสนใจของตนเอง และเป็นการช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส
8. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ เป็นรูปแบบที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ่ง ในหัวข้อที่เด็กสนใจและครูได้พิจารณาแล้วว่ามีคุณค่าในการเรียนรู้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการจะำด้พัฒนาความรู้ ความสามารถ ค้นหาทางในการแสวงหาข้อมูล แก้ปัญหาต่างๆเด็กจะทำงานร่วมกัน
9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอล
ดอร์ฟ
ตอบ มุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างอิสระตามความสามารถของเด็กโดยสร้างบรรยากศที่เป็นธรรมชาติ ให้เด็กเห็นตัวอย่างวิถีธรรมชาติ มีความเสมอภาค การทำซ้ำ ความเคารพและเห็นคุณค่า
10. จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัยพร้อมให้เหตุผลประกอบ
ตอบเป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อมหรือ สภาพการณ์
จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้
เพราะการที่เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองจะทำให้เกิดการ
พัฒนาได้อย่างมีคุณค่า
🍑บทที่8เรื่องสภาพปัญหาการโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย🍑
1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ ซึ่งในปัจจุบัน มีรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยสามารถทำได้ใน3รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษา นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข
2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เกิกจากอัตราการตายของทารกแรกเกิด เด็กไทยที่เกิดมาเกิดมาพร้อมกับความพิการบางอย่าง การกระจายโอกาสทางการศึกษาบางส่วนยังไม่ทั่วถึง
3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3-5 ปี
ตอบ. 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเส ริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้ง
คณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก
4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รับผิดชอบประสานงานให้ความช่วยเหลือและแนะนำทางวิชาการด้านการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองโดยเฉพาะในรูปแบบของการศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยผ่านทางสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อพื้นบ้านต่าง ๆ
5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปการกระทำมากยิ่งขึ้น มีการยอมรับว่าการเตรียมพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ทีมีคุณภาพ พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแห่งในการเตรียมความพร้อม
6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากรตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ให้ชัดเจน
2. จะไม่ขยายการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาภาคบังคับ เพราะต้องใช้
งบประมาณสูงมาก และเนื่องจากประชาชนเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับนี้ จึงส่งบุตรหลานเข้ารับบริการเองด้วยความสมัครใจ
7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ คือการให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือผ่านทางสื่อมวลชน ทั้งจากการเข้าร่วมรับกทารอบรม จากหนังสื่อคู่มือ เอกสาร
8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่างๆในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมี ส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งร่วมมือกันใน
การให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆมีส่วน ช่วยเหลือและร่วมมือในการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งชมรม เพื่อร่วมมือในการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีรูปแบบตั้งแต่การรวมกลุ่มในโรงเรียนในบทบาทการเป็นคณะกรรมการการโรงเรียน
10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความคิดเห็นของนักศึกษาเป็นอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ เด็กไทยทุกคนควรจะมีโอกาสได้รับการเตรียมความพร้อมในสถานศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพทั้งที่ไม่คำนึงถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเด็ก และคุณภาพของการจัดการศึกษาจำนวนมากมักเร่งให้เด็กอ่า เขียน คิดเลข มากกว่าการมุ่งพัฒนาเด็กอย่างเป้นองค์รวม