วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่6


บันทึกอนุทินทินครั้งที่6
วันพฤหัสที่13กันยายนพ.ศ.2561 เวลา14:30-17:30 น.
ว่าที่ ร.ต กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด (อาจารย์บาส)


📓เนื้อหาในการสอนของวันนี้📓
วันนี้อาจารย์สอนเกี่ยวกับ
ประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน
🈁ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน🈁
Globalization โลกาพิวัตน์
basic education การศึกษาขั้นพื้นฐาน
kindergarten ระดับอนุบาล
Primery school ระดับประถมศึกษา
secondary education ระดับมัธยมศึกษา
Vocationnal education ระดับอาชีวศึกษา
Higher education ระดับอุดมศึกษา
ministry of education กระทรวงศึกษาธิการ
Education Act พระราชบัญญัติการศึกษา
Nationail education plan แผนการศึกษาชาติ
📂ความหมายของการศึกษา📂
การศึกษา หมายถึง กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอด ความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม
🌚ความสำคัญของการศึกษา🌚
─กระแสโลกาภิวัตน์
                ─การแข่งขันกับนานาประเทศ
─การพัฒนาคนและคุณภาพของคนเป็นเหตุปัจจัยและ ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ

ความสำคัญของการศึกษา
การศึกษาคือ การสร้างและเพิ่มพูนความรู้ และความคิดของบุคคล เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ในสภาพแวดล้อม ที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนในสังคม สังคมจะพัฒนาได้มาก เมื่อสมาชิกในสังคมมีความสามารถมาก สังคมจึงต้องส่งเสริมการศึกษาหาความรู้ของสมาชิก
นักเรียนยากจน หากได้รับการส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาในระดับสูงก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชนบทและประเทศชาติ
นักเรียนยากจน หากได้รับการส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาในระดับสูง ก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชนบทและประเทศชาติ
การศึกษาหาความรู้ ส่วนหนึ่งเป็นการกระทำโดยเสรี ตามความสนใจใคร่รู้ของตัวบุคคลเอง และอีกส่วนหนึ่งเป็นการกำหนดให้ โดยผู้ใหญ่สำหรับเยาวชน หรือโดยรัฐสำหรับประชาชน การศึกษาส่วนแรกเป็นการจัดให้ และแสวงหาโดยเสรี ทั้งทางฝ่ายผู้ให้ และผู้รับ เป็นประเภทที่ปัจจุบันเรียกกันว่า การศึกษานอกระบบโรงเรียน หรือการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาส่วนหลัง เป็นการศึกษาที่รัฐบาลผู้บริหารประเทศจัดให้โดยตรง เช่น ในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือโดยอ้อม ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือ ให้เอกชนตั้งสถานศึกษาบริการ แต่ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้โดยตรง หรือโดยอ้อมก็ตาม ย่อมมีการควบคุมประเภท และมาตรฐานของความรู้ที่ให้ ด้วยหลักสูตรเนื้อหา ซึ่งทางราชการกำหนด และบังคับ ให้ต้องรับการศึกษาเช่นนี้ อย่างน้อยในระดับหนึ่ง ซึ่งทางราชการถือว่า ประชาชนทุกคนควรมี คือ การศึกษาระดับประถมศึกษา ภาคบังคับตามกฎหมาย
นักศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
นักศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ทุนการศึกษาย่อมมีความสำคัญที่จะขาด ไม่ได้ในส่วนที่เป็นการศึกษาภาคบังคับนี้ เพราะพลเมืองมีหน้าที่ต้องเข้ารับการศึกษาระดับนี้ ไม่ว่าตนจะมีฐานะรายได้พอค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้หรือไม่ การศึกษาส่วนนี้คือ ความรู้ที่จำเป็นขั้นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ในฐานะสมาชิกของสังคมประเทศชาติ เมื่อพ้นระดับนี้ไปแล้ว ความรู้ยิ่งมากขึ้น ก็จะเพิ่มความสามารถ ที่จะพัฒนาได้มากขึ้น ในขั้นที่สูงขึ้นนี้ หากพลเมืองทุกคนแสวงหาได้ทั่วหน้ากัน ประเทศก็จะมีประชากรที่มีคุณภาพสูงขึ้น และพัฒนาได้มากขึ้น ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติและรายได้ของรัฐมากพอ จึงอาจจัด การศึกษาให้เปล่า และการศึกษาภาคบังคับได้ จนถึงขั้นมัธยมศึกษา เช่นในประเทศอุตสาหกรรม ก้าวหน้าในอเมริกาและยุโรป

เนื่องจากการศึกษาประเภทที่มีผู้กำหนดให้ในระบบ เป็นการอบรม และปลูกฝังความรู้ความคิด และค่านิยมให้แก่ผู้เรียนโดยตรง ตามความประสงค์ของการจัดการศึกษา ผู้ที่ได้รับการศึกษาดังกล่าว จึงเท่ากับถูกหล่อหลอมให้มีคุณภาพ เพื่อดำรง และพัฒนาตนเอง และสังคมตามแนวทางของผู้ให้การศึกษา ทุนเพื่อการศึกษาในลักษณะนี้ ย่อมเป็นประโยชน์สอดคล้อง ตามเป้าหมายของการศึกษา และแนวทางพัฒนาประเทศตามที่ผู้รับผิดชอบประเทศชาติกำหนดไว้ สำหรับประเทศ การไปศึกษาความรู้ในต่างประเทศ ก็ย่อมเป็นการไปรับการอบรม ปลูกฝังความรู้ความคิด และค่านิยม อย่างที่ประเทศผู้ให้การศึกษากำหนดไว้ เพราะฉะนั้น การให้ทุนไปศึกษา ณ ต่างประเทศ จึงมีผลช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่ต่างประเทศ ที่ให้ความรู้นั้นด้วย เพราะเป็นการสร้างบุคคลตัวแทนช่วยเผยแพร่อิทธิพล และผลประโยชน์ของประเทศนั้นได้ ในความสัมพันธ์ที่จะมีระหว่างกันต่อไปในด้านต่างๆ ที่นอกเหนือการศึกษา เช่น ด้านการค้า การเมือง การฑูต หรือมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง พัฒนาในประเทศของผู้ไปศึกษาให้เป็นไปในรูปแบบของวิถีชีวิต และระบบสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการปกครองของประเทศที่ให้การศึกษาได้ ทุนการศึกษาจากแหล่งต่างประเทศ จึงต้องเป็นที่สนใจ และห่วงใยของรัฐบาลเสมอ เพราะมีผลโดยตรง และโดยอ้อมต่อระบบการศึกษา และแนวทางพัฒนาภายในประเทศ ถึงแม้ในระดับบุคคลจะใคร่เห็นสิทธิ และเสรีภาพในการศึกษาหาความรู้สมบูรณ์แบบอย่างไรก็ตาม 

ความเป็นมาของการศึกษาไทย
การจัดการศึกษาของประเทศไทยมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยโบราณเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชื่อที่ว่าการศึกษาช่วยกำหนดทิศทางของชาติ เพื่อพัฒนาคนไทยให้มีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ความเป็นมาของการศึกษาไทยมีประวัติที่น่าสนใจแบ่งออกได้ 5 ช่วง ดังนี้ (ประไพ เอกอุ่น. 2542 : 75) 
1. การศึกษาของไทยสมัยโบราณ (พ.ศ. 1781 - พ.ศ. 2411) 
2. การศึกษาของไทยสมัยปฏิรูปการศึกษา (พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2474) 
3. การศึกษาของไทยสมัยการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญระยะแรก (พ.ศ. 2475 - พ.ศ. 2491)
 4. การศึกษาไทยสมัยพัฒนาการศึกษา (พ.ศ. 2492 พ.ศ. 2534)
 5. การศึกษาสมัยปัจจุบัน (พ.ศ. 2535 ปัจจุบัน) 
การจัดการศึกษาของไทยมีวิวัฒนาการมาโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ปัจจัยภายในเกิดจากความต้องการพัฒนาสังคมให้มีความเจริญและทันสมัย ส่วนปัจจัยภายนอกเกิดจากกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ตลอดจนการติดต่อสื่อสารกันทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวให้ทันสมัย เพื่อความอยู่รอดและประเทศได้เกิดการพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทำให้การจัดการศึกษาของไทยมีวิวัฒนาการเรื่อยมา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของชาติให้มั่นคงและเจริญก้าวหน้า ดังจะได้กล่าวถึงวิวัฒนาการของการศึกษาไทย 

                                                               🐸ความรู้ที่ได้รับ🐸
    ได้รู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาในสังคมสังสมัยก่อน ทุกคนไม่ค่อยได้รับการศึกษา แต่ปัจจุบันทุกคนต้องได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน และการศึกษาสมัยก่อนไม่ค่อยสะดวกสบายเหมือนตอนนี้
                                                                😳  การประเมิน😳
 😇  ประเมินตนเอง 😇 
เนื้อหาเยอะ ทำความเข้าใจยาก แต่จะพยายามที่จะเรียนรู้
🐷ประเมินเพื่อน🐷
เพื่อนมีความตั้งใจฟังอาจารย์
😎ประเมินอาจารย์😎
อาจารย์มีการเตรียมพร้อม และตั้งใจสอนเป็นอย่างมาก



บันทึกอนุทินครั้งที่5

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ.2561

เวลาเรียน 14.30 น. - 17.30 น.

เวลาเข้าสอน 14.30 น. เวลาเลิกเรียน 17:30 น.

😀ว่าที่ ร.ต. กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด (อาจารย์บาส)😀

วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับ นักทฤษฎีแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร แนวการสอนแต่ละคนเป็นแบบไหน
แนวคิดของนักทฤษฎี
1.แพทย์หญิง มาเรีย มอนเตสเซอรี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แพทย์หญิง มาเรีย มอนเตสซอรี่

         หลักสูตรการสอนแบบมอนเตสซอรี่ ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่ ผู้ริเริ่มคิดและจัดตั้งวิธีการสอนแบบมอนเตสซอรี่ จากความเชื่อในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กในระยะเริ่มต้นว่า จุดมุ่งหมายในการให้การศึกษาในระยะแรกนั้น ไม่ใช่การเอาความรู้ไปบอกให้เด็ก แต่ควรเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามความต้องการตามธรรมชาติของเขา
2.จอห์น ดิวอี้



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 2.จอห์น ดิวอี้

                ปรัชญาของ จอห์น ดิวอี้ เป็นปรัชญาที่ยกย่องประสบการณ์ ผู้เรียนต้องเรียนรู้จากการกระทำในสถานการณ์จริง การศึกษาตามทัศนะของจอห์น ดิวอี้คือ ความเจริญ งอกงามทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา การจัดกระบวนการเรียน รู้ที่เน้นการปฏิบัติจริง เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะกลุ่มปฏิบัติการที่เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญสถาน การณ์จริงและการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการกระทำ ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง ฝึกคิด ฝึกลงมือทำ ฝึกทักษะกระบวน การต่างๆ ฝึกการแก้ปัญหาด้วยตนเอง และฝึกทักษะการเสาะแสวงหาความรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้แบบแก้ ปัญหา เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนคิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น โดยการนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ บางครั้งก็เรียนวิธีสอนนี้ว่าการสอนแบบวิทยาศาสตร์ 

     


3เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล

เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล ผู้นำการศึกษาอนุบาลที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “บิดาการศึกษาปฐมวัย” ด้วยการพัฒนาโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกขึ้นในประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1837 เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีรูปแบบ กำหนดให้มีการวางแผนการสอน มีหลักสูตรสำหรับการศึกษาปฐมวัย มีการฝึกหัดครู รวมถึงการพัฒนาการสอนเด็กปฐมวัยด้วยการผลิตอุปกรณ์การสอน ที่เรียกว่า ชุดอุปกรณ์ และการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่เรียกว่า การงานอาชีพ
เฟรอเบลเชื่อว่าเด็กมีความสามารถในสิ่งดีงาม มาตั้งแต่เกิด เด็กปฐมวัยควรจะเรียนรู้ด้วยการเล่น การแสดงออกอย่างอิสระ เด็กควรได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ทั้งนอกชั้นและในชั้นเรียนโดยเฉพาะประสบการณ์ที่ได้มาจากการเล่น ด้วยเหตุผลนี้เฟรอเบลจึงใช้พื้นฐานความพร้อมของเด็กในการเรียน พัฒนาการตามช่วงอายุ ธรรมชาติของเด็กและเหตุผลทางคณิตศาสตร์ที่เฟรอเบลมีความสนใจมาจัดทำเป็นชุดของเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็กที่สอดคล้องกับวัยของเด็กโดยเรียกชื่อว่า ชุดอุปกรณ์ (Gifts) และการงานอาชีพ (Occupations)
ชุดอุปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์สำหรับเด็กใช้เล่นเพื่อการเรียน ตามแนวการสอนของครู เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่าง ขนาด สี และมโนทัศน์ที่เกี่ยวกับการวัด นับ การจำแนก และเปรียบเทียบ ชุดอุปกรณ์นี้ประกอบด้วยวัสดุสัมผัสได้จำนวน 10 ชุด
การงานอาชีพ หมายถึง กิจกรรมที่ออกแบบมาใช้ในการพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น ปั้นดิน การตัด ร้อยลูกปัด การทำขนม การพับ เป็นต้น
เฟรอเบลเปรียบเทียบการสอนเด็กว่าเหมือนกับการเพาะเมล็ดพืชที่ผู้ปลูกต้องดูแลให้เม็ดงอกงามขึ้นเป็นต้นแตกกิ่งใบและดอกผลที่สมบรูณ์ เช่นกับการพัฒนาเด็กที่ดีต้องสอดคล้องผสมผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติของเด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้จากง่ายไปยาก ตามความสนใจของเด็กโดยครูต้องมีแผนการสอนที่สอดคล้องกับวัย พัฒนาการและความพร้อมของเด็กในการเรียน เปิดโอกาสให้เด็กลงเล่นมือชุดอุปกรณ์อย่างอิสระ รวมถึงครูต้องประเมินพัฒนาการของเด็กโดยการสังเกตจากการทำกิจกรรมประจำวัน ในการจัดการเรียนการสอนนี้ ตารางกิจกรรมประจำวันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเฟรอเบลเป็นผู้พัฒนาตารางกิจกรรมประจำวันขึ้น เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านคือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา แนวคิดตารางกิจกรรมประจำวันนี้จึงได้นำมาใช้ในการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน ดังนั้นการนำตารางกิจกรรมประจำวันมาใช้ สิ่งที่ครูต้องคำนึงถึงคือ “การบูรณาการ” ครูอาจผสมผสานกิจกรรมต่างๆเข้ากับการเรียนด้วยการเล่นอย่างมีความสุขนั้นก็ คือ หัวใจการศึกษาปฐมวัย 
📜ความรู้ที่ได้ในวันนี้คือ 
▶️ ได้รู้ว่าหลักการสอนสอนแต่ละคนเป็นอย่างไร และจะนำมาปรับสอนแต่ละกลุ่มอย่าง
ไร
📎การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน📎


การนำความรู้ของนักทฤษฎีแต่ละคนมาปรับใช้กับการสอนเด็กๆในชั้นเรียน
✡️การประเมิน✡️
📀ประเมินตนเอง📀
ตอนแรกก็จะงงๆหน่อย และต้องไปปรับปรุงต้องไปอ่านเนื้อหาให้มากกว่านี้
🍩ประเมินเพื่อน🍩
เพื่อนบางคนดูตั้งใจฟัง บางคนค่อนข้างพูดมากนิดหน่อย แต่ภาพรวมแล้วเพื่อนๆค่อนข้างตั้งใจเรียน
🍊ประเมินอาจารย์🍊
อาจารย์ตั้งใจสอนเป็นอย่าง 








วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่1




🍑บันทึกอนุทินทินครั้งที่1วันที่9สิงหาคม พ.ศ.2561 เวลา14:30-17:30🍎
        ในคาบแรกในวิชานี้อาจารย์ก็จะไม่มีการเรียนเข้าเนื้อหา แต่อาจารย์มีกิจกรรมมาให้ทำคือ อาจารย์จะแจกกระดาษคนละใบให้เขียนลักษณะเด่นของเพื่อน เช่่นใครไม่ชอบกินส้มตำก็ เขียนชื่อเพื่อนคนนั้น กิจกรรมนี้จะทำให้รู้จักเพื่อนๆมากขึ้น และจะสนิทกับเพื่อนๆ
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ม้าโพนี่
 

ประเมินตนเอง
คาบแรกก็จะตั้งใจฟังอาจารย์ ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
ประเมินเพื่อน 
เพื่อนๆตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
ประเมินอาจารย์
อาจารย์ให้ทำกิจกรรมที่ไม่น่าเบื่อ สนุกและทำให้สนิทกับเพื่อนๆมากขึ้น🍏